ตั้งแต่เช็คชั่วชาติ จนถึง ปลดหนี้นอกระบบให้คนจน
นโยบาย และรูปแบบ ดูผิวเผิน ก็น่าจะเป็นนโยบาย ช่วยเหลือภาคประชาชน แต่อย่างที่เคยเขียนมาแล้ว ว่า วิธีการแบบนี้ เป็นวิธีที่ ชั่วร้าย ของนายทุนสามานย์รูปแบบของพรรคแมงสาบ ของแท้ดั้งเดิม ใช้มาตลอด แค่ปรับเปลี่ยนวิธีไปตามยุค เพื่อไม่ให้ใครจับได้ง่ายๆ แบบว่าเนียนมากขึ้นก็เท่านั้น
ยกตัวอย่างที่ผ่านมา นโยบาย เช็คชั่วชาติ 2000 บาท ดูเหมือนแค่เป็นการนำอัฐยายซื้อขนมยาย ไม่มีใครเสียหาย เอาเงินประกันสังคม ของท่าน มาแจกท่าน แต่อันที่จริง เงินแค่นี้ แจกแค่รอบเดียว จำนวนคนที่ได้รับ คิดเป็นเงิน หลายหมื่นล้านบาท ในคราวเดียว อ้างว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่แท้จริง คนที่ได้รับเงินไป ใช้อะไรไม่ได้นอกจากเอาไปใช้จ่ายในห้าง หรือรีบนำไปซื้อสินค้า และบริการ ตามแคมเปญ โปรโมชั่น ที่นายทุนพรรคแมงสาบ เตรียมรองรับไว้แล้ว ในการขาย สินค้าและบริการ ของกลุ่มนายทุนพรรคแบบว่า คืนทุนคืนกำไรกันไปได้ทั้งแก๊งค์ ยกก๊วน กันไปเลยทีเดียว
มาถึงรอบนี้ รัฐบาลโจรยกเอาเรื่อง ปลดหนี้นอกระบบคนจน 6000 ล้าน หรืออาจจะขยายอีกเท่าไรไม่มีใครรู้ มาอ้าง แต่ที่แน่ๆ ถามว่า ใครได้ประโยชน์ไปเต็มๆ จะว่าคนจนที่เป็นหนี้นอกระบบ ก็ใช่ เพราะจะได้ปลดหนี้มาไว้ในระบบสถาบันการเงิน แต่...แท้จริงแล้ว กลุ่มที่ได้ประโยชน์ ที่สุด ก็คือ นายทุนเงินกู้นอกระบบ หน้าเลือด ซึ่งก็คือ เหล่าสมุนพรรคแมงสาบ นั่นแหละที่ถนัด งานนี้ ไม่ว่าจะเป็น หวยใต้ดิน เจ้าพ่อเงินกู้ร้อยละยี่สิบ นายทุนภาคเกษตร ที่ยึดผลผลิตการเกษตรแทนหนี้ยืมปุ๋ยและอื่นๆ ของเกษตรกร ไปจนหมดเนื้อหมดตัว และยังจะมีพวกกลุ่มอิทธิพลอื่นๆ ที่แฝงมาในรูปแบบนักการเมืองท้องถิ่น สารพัดธุรกิจเถื่อนอีก
จากโครงสร้างที่ชัดเจนมาตั้งแต่อดีต ที่พรรคแมงสาบ มีเสียงของสมาชิกไม่เด็ดขาด ที่จะเป็นใหญ่ได้จริงในการจัดตั้งรัฐบาล จึงต้องมีการรวมหัวกันแบ่งเค็กผลประโยชน์กันอย่างลงตัวกับพรรคเล็กพรรคน้อยมาโดยตลอด จะมีเว้นช่วงก็เมื่อมีรัฐธรรมนูญ 40 ที่ไม่เปิดโอกาสให้ทำได้ จนเป็นสาเหตุหลักในการฉีกรัฐธรรมนูญ 40 ทิ้งและเขียนรัฐธรรมนูญโจร ปี 50 มาบังคับใช้เพื่อให้พรรคที่ไม่มีเสียงมากพอในการจัดตั้งรัฐบาล สามารถรวมหัวกันกับพรรคเล็กพรรคน้อยและโหวตนายกได้ ซึ่งเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกันกับการทำมาหารับประทานในทุกเรื่องทุกระดับ ของกลุ่มทุนทางการ เมือง และกลุ่มทุนนิยมสามานย์ที่เชื่อมโยงกันอย่างที่เห็นๆ แล้วในปัจจุบัน มองยังไงก็เป็นยังงั้นแหละ ท่าน
ถามว่า.....หากธนาคารต่างๆ จะรับลูก นโยบาย กำมะลอ ปลดหนี้นอกระบบของคนจนจริงๆ พวกท่านลืมไปเสียแล้วหรือว่า ท่านยังมี ลูกค้าที่เป็น ประชาชนอีกมากเหลือเกิน ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเงินกู้ในระบบ ที่ดี ที่เคยมีเครดิตดี ส่งผ่อนชำระมาให้ท่านมาอย่างต่อเนื่อง จนมาในวันหนึ่ง บังเอิญมีสมุนอำมาตย์และกลุ่มการเมืองนอกสภา และพรรคแมงสาบ รวมหัวกันสร้างความวุ่นวาย บิดเบือนประชาธิปไตย และในที่สุดปฏิวัติรัฐประหาร จนบ้านเมืองล่มจม กลายเป็นยุคข้าวยากหมากแพง คนตกงานเป็นล้าน ลูกค้าสินเชื่อของธนาคารที่ว่าเคยดีๆ อยู่ก็กลายเป็นหนี้เสีย เป็นเอ็นพีแอล ทำไม...
ที่จริง สถาบันการเงินทั้งหลาย ท่านต้องแก้ไขปรากฏการณ์ หนี้เสียของลูกหนี้ในระบบของท่านให้ได้เสียก่อน มิใช่หรือ สำหรับลูกหนี้ในระบบ ทุกวันนี้ ท่านได้แต่ ยึดทรัพย์ ขายทอดตลาด ไม่พอ ก็ตามยึดทรัพย์อื่นๆ ต่ออีก จนหมดเนื้อหมดตัว ฆ่าตัวตายกันไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ท่านหาทางช่วยเหลือ ผ่อนปรนให้พวกเขาก่อน จะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งระบบ จะทำให้ทุกอย่างหมุนวนไปได้ มิใช่หรือ
ดูไปแล้วมันเหมือนกับว่า มีนายทุนสามานย์คอยรับประโยชน์จากการยึดทรัพย์ ขายทอดตลาดอย่างผิดปกติในเวลานี้ คดีเหล่านี้เต็มศาล ล้นศาล ไม่มีใครโวยวายอะไร มันเหมือนเหตุการณ์ ยุคไอเอ็มเอฟ ถูกทำให้กลับมาอย่างแนบเนียน เงียบๆ เพื่อสนองนโยบายเก่าๆ ของพรรคเก่าๆ ที่เคยออกแบบทำไว้ จนคนไทยต้องเป็นหนี้ และถูกยึดทรัพย์ ขายให้ฝรั่งไปแบบว่า ขาดทุนย่อยยับ ทำไม...
หากเรื่อง ปลดหนี้ หรือย้ายหนี้ ของคนจนที่เป็นหนี้นอกระบบ ไปไว้ที่สถาบันการเงินในระบบเกิดขึ้นจริง หลักการก็คือ เอายอดหนี้นอกระบบทั้งหมด ซึ่งเจ้าหนี้ก็คือ นายทุนเงินกู้หน้าเลือด และผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ยิ่งถ้าในต่างจังหวัด ก็คือ พวกที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองพรรคแมงสาบ และพรรคเล็กพรรคน้อย ที่รวมหัวกันเป็นใหญ่ในรัฐบาล ทั้งสิ้น ใครล่ะที่จะได้เงินล้างหนี้ก้อนโตอันนี้ไป เพราะตามสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน เศรษฐกิจ ตกต่ำขนาดนี้ ไอ้พวกนายทุน เงินกู้หน้าเลือด มันก็ยังตามเก็บเงินกับลูกหนี้ ได้ยากแสนเข็ญ แถมไม่คุ้มค่าจ้างลูกน้องนักเลงนักทวงหนี้โหด ทั้งหลายด้วยซ้ำ
หากนโยบาย กำมะลอ นี้ถูกผลักดันจนสำเร็จ จริง สถาบันการเงินก็ได้ลูกหนี้ใหม่ อีกอักโข ดูเหมือนน่ายินดี จะได้ออกดอกออกผลอีกเพียบ ประชาชนที่เคยกระอักกับนายทุนหน้าเลือดตามทวงโหด ก็ได้ปลดทุกข์เข็ญ คงได้ชมเปาะกับนโยบาย ประชานิยม สุดโต่งนี้ แต่ที่แน่ๆ คนที่ยิ้มแก้มปลิ แบบว่าบุญหล่นทับ ส้มหล่น หรือหนูตกถังข้าวสาร ก็เห็นจะไม่มีใครเกินนายทุนเงินกู้นอกระบบหน้าเลือด วงศ์วานว่านเครือพรรคแมงสาบเจ้าเก่า นั่นเอง
สาธุ อนุโมทามิ ขอให้พวกเอ็งจงเจริญก้าวหน้า ร่ำรวยจนถึงขนาดรวยจนเบื่อหน่ายงานนี้สุดๆ กันไปเลย ไม่อยากจะทำอีกต่อไปแล้ว รวยใช้ไม่หมดแล้ว ประชาชนตาดำๆ ส่วนใหญ่ของประเทศนี้ จะได้มีวันลืมตาอ้าปากกันจริงๆ ซะที
“ปู่ร้อน”
วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น