วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552

3 ปี หลังรัฐประหาร 19949 - เราเสียหายมากมายมหาศาลไม่อาจประมาณได้

ค่าใช้จ่ายสำหรับรัฐประหาร และรัฐธรรมนูญใหม่พุทธศักราช 2549/2550
เอกสารนี้ประกอบการเสวนา 'การเมืองไทย: หลังขิงแก่ 1(Thailand: Post
Old Ginger 1)' จัดโดย โครงการตลาดวิชา มหาวิทยาลัยชาวบ้าน เมื่อ
วันศุกร์ 9 มีนาคม 2550 เวลา 13.30-17.00 ณ ห้องประชุม 202 ชั้น 2
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ค่าใช้จ่ายสำหรับรัฐประหาร และรัฐธรรมนูญใหม่พุทธศักราช 2549/2550
เงินเดือนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ประธาน เดือนละ 115,920 บาท
รองประธาน (2 คน) 110,390x2 220,780 บาท
สมาชิก (239 คน) 104,330x239 24,934,870 บาท
รวมเดือนละ 25,271,570 บาท
ถ้าอยู่จนมีสภาชุดใหม่ (15 เดือน) 379,073,550 บาท

เงินเืดือนสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ประธานเดือนละ 110,390 บาท
รองประธาน 2 คน คนละ 106,360 บาท รวมเดือนละ 212,720 บาท
สมาชิก 97 คน คนละ 104,330 บาท รวมเดือนละ 10,120,010 บาท
รวมเดือนละ 10,443,120 บาท
ถ้าอยู่จนมีสภาชุดใหม่  รวมเป็นเงิน 125,317,440 บาท

เงินเดือนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ประธานเดือนละ 114,000 บาท
รองประธานเดือนละ 109,500 บาท
สมาชิก 7 คน คนละ 104,500 รวมเป็นเงินเดือนละ 731,500 บาท
รวมเดือนละ 955,000 บาท
ถ้าอยู่จนหมดวาระ (15 เดือน) รวมเป็นเงิน 14,325,000 บาท

เงินเดือน คปค./คมช.
ประธานเดือนละ 119,220 บาท
รองประธานเดือนละ 113,640 บาท
สมาชิก 6 คน คนละ109,560 บาท รวมเดือนละ 657,360 บาท
รวมเดือนละ 890,220 บาท
ถ้าอยู่จนหมดวาระ (15 เดือน) รวมเป็นเงิน 13,353,300 บาท

อนึ่ง ยังจะต้องมีการทำ "ประชามติ" ว่าจะรับหรือไม่รับ
"รัฐธรรมนูญฉบับที่ 18" นี้ ในประมาณเดือนกันยายน 2550
โดยที่จะต้องใช้งบประมาณอีก 1,800 ล้านบาท

สรุปแล้ว รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับรัฐประหารและรัฐธรรมนูญ
รวมทั้งสิ้น 379,073,550+125,317,440+14,325,000+13,353,300
+1,800,000,000 รวมเป็น 2,332,069,290 (สองพันสามร้อยสาม
สิบสองล้านหกหมื่นเก้าพันสองร้อยเก้าสิบบาท)

โดยเปรียบเทียบแล้วใกล้เคียงกับงบประมาณแผ่นดินที่ ม.ธรรม
ศาสตร์ได้รับในปีนี้คือ2,048,510,400 บาท งบดังกล่้าว มธ. ใช้
สำหรับการศึกษาของชาติเป็นเงินเดือนของอาจารย์ 1,400 คน
ข้าราชการและลูกจ้าง เกือบ 5,000 คน และนักศึกษาทุกระดับ
ปริญญาจำนวนกว่า 30,000 คน

อนึ่งบุคคลที่เป็นสมาชิกในองค์กรของการ "รัฐประหารและรัฐ
ธรรมนูญ" ต่าง ๆ เหล่านี้ต่างก็มีเงินเดือนประจำอยู่แล้ว และ
ไม่มีใครลาออกจากตำแหน่งมาเหมือนดังเช่นสภาผู้แทนราษฎร
ที่มาจากการเลือกตั้งและมากกว่าร้อยละ 90 ของสมาชิกองค์กร
ต่าง ๆข้างต้นเป็นข้าราชการที่กินเงินเดือนจากภาษีราษฎรทั้งสิ้น

บุคคลเหล่านี้ยังมีสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีก เช่้น มีเบี้ยประชุมครั้งละ
1,000 บาท การเดินทางไปราชการในต่างประเทศเบิกได้เหมือน
ข้าราชการ ซี 11

นอกจากนี้ยังมีตัวเลขที่น่าสนใจอีกคือ ค่าใช้จ่ายในการก่อการ
รัฐประหาร เพื่อยึดอำนาจการปกครองจาก พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของ คปค. เมือวันที่ 19 กันยายน ที่
มีการคงกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์และการเตรียมพร้อมใน
ช่วง 2 สัปดาห์แรกสูงถึง 500 ล้านบาท (ขณะนี้ งบกลาโหมปี
2550 จำนวน 115,024,014,800 บาทเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ที่มี
เพียง 85,219,000,000 บาท อยู่ร้อยละ 34.97 หรือคิดเป็นร้อย
ละ 7.344 ของงบประมาณทั้งประเทศ 1,566,200,000,000 บาท)

หมายเหตุ  ข้อมูลรวบรวมจากรัฐสภา

ปิดสนามบินเสียหาย 1.8 หมื่นล้าน  ครม. ชดเชย 8 ล้าน
ที่เหลือฟ้องร้องเอาเอง
(9 ก.ค. 52) นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายก
รัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม.ได้อนุมัติ
งบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินงาน
ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ได้ใช้ในการช่วยเหลือผู้โดย
สารตกค้างในช่วงทีี่มีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง
ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ตามนัยมติครม.วันที่ 9 ธ.ค.51
วงเงินทั้งสิ้น 8,096,025 บาท โดยให้กระทรวงคมนาคมเบิกจ่าย
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ในส่วนของ
งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
ภายในกรอบวงเงิน 1,912,970 บาท ตามมติ ครม. และขอทำ
ทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป

นายศุภชัยกล่าวต่อว่า ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดขี้นจากการดำเนินการ
ให้ความช่วยเหลือนักท่องท่องเที่ยวตกค้างตามที่กระทรวง
คมนาคมเสนอมาในส่วนที่เหลืออีกจำนวน 671,628,910 บาท
ของบริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) บริษัทการท่าอากาศยาน
ไทยจำกัด(มหาชน)และสายการบินต่าง ๆ ประจำประเทศไทย
ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการให้บริการแก่ลูกค้าตามภารกิจและความ
รับผิดชอบของหน่วยงานหรือบริษัทนั้น ๆ รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่าย
ที่ไม่อยู่ในกรอบวัตถุประสงค์ของการช่วยเหลือตามนัยมติครม.
ดังกล่าว จึงควรที่หน่วยงานหรือบริษัทดังกล่าวจะเป็นผู้รับภาระ
ค่าใช้จ่ายเอง

นอกจากนี้ยังรับทราบผลเสียหายจากการสูญเสียรายได้ของ
หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ประกอบธุรกิจใน
อุตสาหกรรมการบินจำนวน หนึ่งหมื่นแปดพันเก้าร้อยกว่าล้าน
บาท ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการเรียกร้องค่า
ชดเชยจากผู้ก่อความเสียหายตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


หมายเหตุ ความเสียหายเหล่านี้ยังไม่ได้รวมการสูญเสียรายได้
และโอกาสทางธุรกิจทั้งของภาครัฐและเอกชนที่ประกอบธุรกิจ
อื่น ๆ อีก เช่น การส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ การท่อง
เที่ยว การโรงแรม การขนส่ง และการบริการอื่น ๆ ฯลฯ เป็นต้น
อีกนับจำนวนหลายแสนล้านบาท

แล้วเรามาดูกันว่า บุคคลต่าง ๆ ที่สนับสนุนการรัฐประหารครั้งนี้
ได้รับผลประโยชน์ต่าง ๆ อย่างไรกันบ้าง

พลเอกสะพรั่ง  กัลยาณมิตร แกนนำคนสำคัญได้รับบำเหน็จให้
ไปเป็นประธานคณะกรรมการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย
และประธานคณะกรรมการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยซึ่ง
แต่ละที่มีผลประโยชน์ตอบแทนมากมายรวมทั้งเบี้ยประชุมและ
สวัสดิการอื่น ๆ อีกเพียบ

พลเรือเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน ได้รับบำเหน็จได้เข้าเป็นคณะ
กรรมการการท่าอากาศยานและอื่น ๆ อีกเช่นกัน

นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ได้รับบำเหน็จเป็นประธานกรรมการ อสมท. ในปัจจุบัน

กลุ่มบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒสภาในปัจจุบัน เช่น
น.ส.รสนา โตสิตระกูล และ อื่น ๆ เป็นต้น

กลุ่มบุคคลที่่ได้รับงานทางด้านการสื่อสาร เช่น กลุ่มเนชั่น ฯลฯ เป็นต้น

เอาไว้จะขุดขึ้นมาให้ได้รับทราบกันทั่วไปอีกหรือจะมีท่านใดจะกรุณา
ส่งข้อมูลมาให้เพิ่มก็จักเป็นพระคุณยิ่ง

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552

'พระสงฆ์ใต้'ทนไม่ไหว! บิณฑบาตถูก'ถ่มน้ำลาย'

อาตมาโดนมาตลอด
ครั้งแรกโดนเตะที่หน้าตอนบิณฑบาต
ครั้งที่สองโดนชนด้วยรถจักรยานยนต์ ขาเกือบหัก
ครั้งที่สามขณะบิณฑบาตอยู่ แม้จะมีทหารยืนอยู่ข้างหลังเมื่อปี 2549 ก็มีกลุ่มผู้ก่อการร้ายขับรถจักรยานยนต์มาถ่มน้ำลายใส่บาตร ซึ่งทหารก็ทำอะไรไม่ได้
เราจึงจำเป็นต้องออกมาเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ปัญหา จะรอการแก้ปัญหาถึง 3 ปีไม่ได้เพราะช้าไปชาวพุทธจะหมด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว
ว่า แล้ว นางจวน ก็ประชุมวางแผนก่อตั้ง สบ.ชต. (แทนศอ.บต.)ที่ล้มเหลว พร้อมทุ่มงบประมาณลงไปเยียวยา เพื่อให้พวกมันขับไ่่ล่ชาวไทยพุทธออกจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้......
พวกเรา หลงทาง กันไปแล้ว........อยากให้ป๊อกเถิก ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างนี้บ้าง

Incognito said angrily
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง คนบริสุทธิ์ถูกฆ่าอย่างทารุณโหดเหี้ยมเพิ่มมากขึ้นหลังจากการ "ลอบ" สังหารหมู่ในมัสยิดเมื่อหลายวันก่อน ขอประณามกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการกระทำอันอุกอาจและโหดเหิ้ยม ที่นำมาซึ่งความสูญเสียที่เพิ่มมากขึ้นจน "เกินกว่า" จะเยียวยาด้วยเพียงคำพูดสวยหรู ...

July Wong added with wonder
"แปลกใจมาก ที่ภาคใต้
เขา เขาไหนไม่รู้
ไม่รู้ปัญหาเลยหรือ ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ ร้าย ๆ มาหลายปี งบก็ ให้ๆๆ ทุ่มลงไป หลายแสนล้าน ไม่ดีขึ้น แต่กลับเลวร้ายลง
คนมีอำนาจ ทั้งบนบก ทะเล อากาศ นั่งเสวยสุข บน น้ำตา คนไทย
เหมือน คนไทย ส่วนอื่นๆที่ กล้ำกลืน กับ ความเฮงเส็ง ของ ร.บ. ไฮยีน่า ชุดนี้ พวก เขา ทำลาย ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อ ประเทศ จนติดลบ
และความรู้สึก ก็เกิด ต่อเนื่อง เป็น ความสะใจ กับ หลายเรื่องที่ บ้านเมืองนี้ กำลัง ประสบ เพราะ คือการระบายความเคียดแค้นไง
ต่างกับ พวกก่อการร้ายทางใต้ ตรงที่พวกนั้นใช้วิธีเหี้ยมโหด
ใจ ที่ เจ็บปวด เมิ่อไหร่ จะ เยียวยาได้"


"พระสงฆ์ยังถูกคุกคามขนาดนี้แล้วชาวบ้านจะเหลือเหรอ
เหม็นเบื่อรัฐบาลแมลงสาป" ..........................................ส.ม.ฆ. กล่าวเสริมด้วยความเหนื่อยหน่าย

ป้าปากเกร็ด แหวเข้าใส่ว่า.......................................
เสียดายงบประมาณ เอาไปผลาญตั้งหลายแสนล้าน
คิดตรรกะทางเศรษฐศาสตร์ มันคุ้มไหม

ไม่มีปัญญา จะอุ้มไว้ทำไม ถ้ามีบ่อน้ำมันอยู่ก็ไปอย่าง
คนไม่รัก จะไปยื้อให้เขาอยู่ทำไม ปล่อยเขาไปเถอะ
แล้วทุ่มเทงบ ช่วยเหลือคนทั้งประเทศจะดีกว่า

งบที่ลงไป ไม่เห็นมีชาวบ้านที่ไหนได้ นอกจากข้าราชการทหารตำรวจ
แล้วก็ผ่านมากี่ปีแล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้น ล่าสุดหลังยิงถล่มกันในมัสยิด
ก็ทุ่มไป ห้าหมื่นล้าน โอ้แม่เจ้า เอาไปทำอะไรล่ะเนี่ย

ทุ่มซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ก็ไม่ช่วยอะไร (นอกจากได้ ค่าคอมมิชชั่นกัน)
ตัดไปแค่สามจังหวัด ประเทศอาจเบาตัวขึ้นอีกแยะ ประกาศไปเลย
ว่าใครอยากอยู่เมืองไทย ย้ายขึ้นมาจัดหาที่ทำกินให้ ส่วนพวกนั้นก็ปล่อยไป

จะมาห่วงอะไรกับหน้าตา ไอ้ที่ว่าไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ประเทศไทยเป็น
ราชอาณาจักรหนึ่งเดียว ที่จะแบ่งแยกไม่ได้ ก็ลืมๆเสียเถอะ รธน. น่ะ
เห็นก็ฉีกกันมาทุกยุคทุกสมัย เรื่องแค่นี้ทำเป็นเหนียม

หากประกาศไปแล้ว เอาคนของเราออกมา หากยังเสียดายพิ้นที่
ก็เข้าไปปราบได้โดยสะดวก เพราะต้องถือว่าพวกที่เหลือไม่ใช่คนไทย
แต่อย่างว่า มันชวนให้คิดเป็นอื่นไปไม่ได้ว่าเก็บเอาไว้หากินกันมากกว่า


อยากให้ นังเปรม/นังจวน ลงไปนั่งบัญชาการ สบ. ชต.เองเลย
อยากให้ ป๊อกเถิก ยกกองพล 2 รอ. ลงไปปราบปรามเสี้ยนหนามให้สิ้น
อยากให้ กองทัพไทยออกมาประสานเสียงกันว่า เรา "หลงทาง" แล้ว
อยาก ให้ หล่อ ฟัน เก ออกมา "ขอโทษ" โจรใต้ และกราบงาม ๆ สามที่เผื่อว่าจะได้รับความเมตตาไม่ฆ่าฟันประชาชนผู้บริสุทธิ์อีกต่อไปโดย เฉพาะครูใต้ที่มีใจให้ศิษย์(แต่เข้าไม่อยากเรียนหลักสูตรไทย ไม่อยากร้องเพลงชาติไทยและไม่อยากร้องเพลง ...?) ...............................หนุ่มเมืองชลฯ ใส่เพิ่มเติม

Muserdoi------------ไอ..ป๊อกมันไร้ปัญญาเก่งแต่ยิงคนมือเปล่า(เสื้อแดง)

มันช่างเป็นความเจ็บปวดรวดร้าว จำเจครั้งแล้วครั้งเล่า ประชาธิปัตย์ที่คุยนักคุยหนา เป็นไงล่ะพอได้เป็นรัฐบาลก็บ่มิไก๊ ทีไทยรักไทยเป็นรัฐบาลโจมตีเขาอย่าสาดเสียเทเสีย พอพวกมันเป็นกันก็เหมียนเดิม ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นกลับยิ่งรุนแรง แล้วก็ทุ่มงบกันเข้าไป ฟาดคอมมิชชั่นซื้ออาวุธกันจนพุงปลิ้นถุย.... ......................................kohka55

ถ้ายังคงเชื่อถือแนวทางพัฒนาของหล่อฟันเก
ถ้ายังคงหลงทางไปกับฝ่ายความมั่นคงของไทย
ถ้ายังคงทุ่มเทงบประมาณลงไปละลายแม่น้ำปัตตานี/สายบุรี/สุไหงโกลก

รับรอง ไทยพุทธไม่เหลือแล้วต่อไปชาวจีนจะถูกกดดันเหมือนในมาเลเซียและวัดไทยจะร้าง พระสงฆ์ อุโบสถถูกทิ้งร้าง.......นักเรียนจะร้องเพลงชาติภาษายาวีที่เราก็ฟังไม่ ออกว่ามีเนื้อหาว่าอะไร ......หนุ่มเมืองชลฯ พูด

จนกระทั่งทุกวันนี้ ก็ยังมีการลอบยิงตำรวจ ทหาร ทหารพราน ประชาชนไม่เว้นแต่ละวัน มีการวางระเบิดกันหลายแห่ง....................โว้ย จะทนไม่ไหวแล้วนะ เมื่อไหร่จะส่ง กองกำลัง บูรพาพยัคฆ์ ลงไปปราบเสียที

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552

ประชานิยมหรือทุจริตเชิงนโยบาย

ตั้งแต่เช็คชั่วชาติ จนถึง ปลดหนี้นอกระบบให้คนจน
นโยบาย และรูปแบบ ดูผิวเผิน ก็น่าจะเป็นนโยบาย ช่วยเหลือภาคประชาชน แต่อย่างที่เคยเขียนมาแล้ว ว่า วิธีการแบบนี้ เป็นวิธีที่ ชั่วร้าย ของนายทุนสามานย์รูปแบบของพรรคแมงสาบ ของแท้ดั้งเดิม ใช้มาตลอด แค่ปรับเปลี่ยนวิธีไปตามยุค เพื่อไม่ให้ใครจับได้ง่ายๆ แบบว่าเนียนมากขึ้นก็เท่านั้น

ยกตัวอย่างที่ผ่านมา นโยบาย เช็คชั่วชาติ 2000 บาท ดูเหมือนแค่เป็นการนำอัฐยายซื้อขนมยาย ไม่มีใครเสียหาย เอาเงินประกันสังคม ของท่าน มาแจกท่าน แต่อันที่จริง เงินแค่นี้ แจกแค่รอบเดียว จำนวนคนที่ได้รับ คิดเป็นเงิน หลายหมื่นล้านบาท ในคราวเดียว อ้างว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่แท้จริง คนที่ได้รับเงินไป ใช้อะไรไม่ได้นอกจากเอาไปใช้จ่ายในห้าง หรือรีบนำไปซื้อสินค้า และบริการ ตามแคมเปญ โปรโมชั่น ที่นายทุนพรรคแมงสาบ เตรียมรองรับไว้แล้ว ในการขาย สินค้าและบริการ ของกลุ่มนายทุนพรรคแบบว่า คืนทุนคืนกำไรกันไปได้ทั้งแก๊งค์ ยกก๊วน กันไปเลยทีเดียว

มาถึงรอบนี้ รัฐบาลโจรยกเอาเรื่อง ปลดหนี้นอกระบบคนจน 6000 ล้าน หรืออาจจะขยายอีกเท่าไรไม่มีใครรู้ มาอ้าง แต่ที่แน่ๆ ถามว่า ใครได้ประโยชน์ไปเต็มๆ จะว่าคนจนที่เป็นหนี้นอกระบบ ก็ใช่ เพราะจะได้ปลดหนี้มาไว้ในระบบสถาบันการเงิน แต่...แท้จริงแล้ว กลุ่มที่ได้ประโยชน์ ที่สุด ก็คือ นายทุนเงินกู้นอกระบบ หน้าเลือด ซึ่งก็คือ เหล่าสมุนพรรคแมงสาบ นั่นแหละที่ถนัด งานนี้ ไม่ว่าจะเป็น หวยใต้ดิน เจ้าพ่อเงินกู้ร้อยละยี่สิบ นายทุนภาคเกษตร ที่ยึดผลผลิตการเกษตรแทนหนี้ยืมปุ๋ยและอื่นๆ ของเกษตรกร ไปจนหมดเนื้อหมดตัว และยังจะมีพวกกลุ่มอิทธิพลอื่นๆ ที่แฝงมาในรูปแบบนักการเมืองท้องถิ่น สารพัดธุรกิจเถื่อนอีก
จากโครงสร้างที่ชัดเจนมาตั้งแต่อดีต ที่พรรคแมงสาบ มีเสียงของสมาชิกไม่เด็ดขาด ที่จะเป็นใหญ่ได้จริงในการจัดตั้งรัฐบาล จึงต้องมีการรวมหัวกันแบ่งเค็กผลประโยชน์กันอย่างลงตัวกับพรรคเล็กพรรคน้อยมาโดยตลอด จะมีเว้นช่วงก็เมื่อมีรัฐธรรมนูญ 40 ที่ไม่เปิดโอกาสให้ทำได้ จนเป็นสาเหตุหลักในการฉีกรัฐธรรมนูญ 40 ทิ้งและเขียนรัฐธรรมนูญโจร ปี 50 มาบังคับใช้เพื่อให้พรรคที่ไม่มีเสียงมากพอในการจัดตั้งรัฐบาล สามารถรวมหัวกันกับพรรคเล็กพรรคน้อยและโหวตนายกได้ ซึ่งเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกันกับการทำมาหารับประทานในทุกเรื่องทุกระดับ ของกลุ่มทุนทางการ เมือง และกลุ่มทุนนิยมสามานย์ที่เชื่อมโยงกันอย่างที่เห็นๆ แล้วในปัจจุบัน มองยังไงก็เป็นยังงั้นแหละ ท่าน

ถามว่า.....หากธนาคารต่างๆ จะรับลูก นโยบาย กำมะลอ ปลดหนี้นอกระบบของคนจนจริงๆ พวกท่านลืมไปเสียแล้วหรือว่า ท่านยังมี ลูกค้าที่เป็น ประชาชนอีกมากเหลือเกิน ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเงินกู้ในระบบ ที่ดี ที่เคยมีเครดิตดี ส่งผ่อนชำระมาให้ท่านมาอย่างต่อเนื่อง จนมาในวันหนึ่ง บังเอิญมีสมุนอำมาตย์และกลุ่มการเมืองนอกสภา และพรรคแมงสาบ รวมหัวกันสร้างความวุ่นวาย บิดเบือนประชาธิปไตย และในที่สุดปฏิวัติรัฐประหาร จนบ้านเมืองล่มจม กลายเป็นยุคข้าวยากหมากแพง คนตกงานเป็นล้าน ลูกค้าสินเชื่อของธนาคารที่ว่าเคยดีๆ อยู่ก็กลายเป็นหนี้เสีย เป็นเอ็นพีแอล ทำไม...
ที่จริง สถาบันการเงินทั้งหลาย ท่านต้องแก้ไขปรากฏการณ์ หนี้เสียของลูกหนี้ในระบบของท่านให้ได้เสียก่อน มิใช่หรือ สำหรับลูกหนี้ในระบบ ทุกวันนี้ ท่านได้แต่ ยึดทรัพย์ ขายทอดตลาด ไม่พอ ก็ตามยึดทรัพย์อื่นๆ ต่ออีก จนหมดเนื้อหมดตัว ฆ่าตัวตายกันไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ท่านหาทางช่วยเหลือ ผ่อนปรนให้พวกเขาก่อน จะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งระบบ จะทำให้ทุกอย่างหมุนวนไปได้ มิใช่หรือ
ดูไปแล้วมันเหมือนกับว่า มีนายทุนสามานย์คอยรับประโยชน์จากการยึดทรัพย์ ขายทอดตลาดอย่างผิดปกติในเวลานี้ คดีเหล่านี้เต็มศาล ล้นศาล ไม่มีใครโวยวายอะไร มันเหมือนเหตุการณ์ ยุคไอเอ็มเอฟ ถูกทำให้กลับมาอย่างแนบเนียน เงียบๆ เพื่อสนองนโยบายเก่าๆ ของพรรคเก่าๆ ที่เคยออกแบบทำไว้ จนคนไทยต้องเป็นหนี้ และถูกยึดทรัพย์ ขายให้ฝรั่งไปแบบว่า ขาดทุนย่อยยับ ทำไม...
หากเรื่อง ปลดหนี้ หรือย้ายหนี้ ของคนจนที่เป็นหนี้นอกระบบ ไปไว้ที่สถาบันการเงินในระบบเกิดขึ้นจริง หลักการก็คือ เอายอดหนี้นอกระบบทั้งหมด ซึ่งเจ้าหนี้ก็คือ นายทุนเงินกู้หน้าเลือด และผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ยิ่งถ้าในต่างจังหวัด ก็คือ พวกที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองพรรคแมงสาบ และพรรคเล็กพรรคน้อย ที่รวมหัวกันเป็นใหญ่ในรัฐบาล ทั้งสิ้น ใครล่ะที่จะได้เงินล้างหนี้ก้อนโตอันนี้ไป เพราะตามสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน เศรษฐกิจ ตกต่ำขนาดนี้ ไอ้พวกนายทุน เงินกู้หน้าเลือด มันก็ยังตามเก็บเงินกับลูกหนี้ ได้ยากแสนเข็ญ แถมไม่คุ้มค่าจ้างลูกน้องนักเลงนักทวงหนี้โหด ทั้งหลายด้วยซ้ำ
หากนโยบาย กำมะลอ นี้ถูกผลักดันจนสำเร็จ จริง สถาบันการเงินก็ได้ลูกหนี้ใหม่ อีกอักโข ดูเหมือนน่ายินดี จะได้ออกดอกออกผลอีกเพียบ ประชาชนที่เคยกระอักกับนายทุนหน้าเลือดตามทวงโหด ก็ได้ปลดทุกข์เข็ญ คงได้ชมเปาะกับนโยบาย ประชานิยม สุดโต่งนี้ แต่ที่แน่ๆ คนที่ยิ้มแก้มปลิ แบบว่าบุญหล่นทับ ส้มหล่น หรือหนูตกถังข้าวสาร ก็เห็นจะไม่มีใครเกินนายทุนเงินกู้นอกระบบหน้าเลือด วงศ์วานว่านเครือพรรคแมงสาบเจ้าเก่า นั่นเอง

สาธุ อนุโมทามิ ขอให้พวกเอ็งจงเจริญก้าวหน้า ร่ำรวยจนถึงขนาดรวยจนเบื่อหน่ายงานนี้สุดๆ กันไปเลย ไม่อยากจะทำอีกต่อไปแล้ว รวยใช้ไม่หมดแล้ว ประชาชนตาดำๆ ส่วนใหญ่ของประเทศนี้ จะได้มีวันลืมตาอ้าปากกันจริงๆ ซะที

“ปู่ร้อน”

ฝนแสนห่า.....โดย ว.ฒ.น.



         
    ระลอก ดวงดอกฝน       ดิ่งร่วงหล่น ลงดินร่ำ
หลั่งมา จากฟ้าพรำ           พร่ำเปียกพื้น จนเปียกพรม

    กี่ฝน กี่แสนห่า               จักสั่งลา ทุกข์ระทม
ชะล้าง เมืองโสมม            จวบฟ้าสร่าง กระจ่างใส

    ฝนหลั่ง ชโลมโลก        รักฉ่ำโชก ชำระใจ 
ฤดู ฤดีใด                          โดยแตกดับ กับเดือดดาล                                    

    กี่ฝน กี่แสนห่า               กลับร่วงมา บรรณากา   
ชำแรก ลงสายธาร            ที่ไหลท้วง ความเป็นธรรม

    กี่รัก ที่เปียกร่าง             จักชะล้าง ความระยำ  
กฎเกณฑ์ กี่เวรกรรม          ก็เวียนกลับ ไปกล่อมฝัน

    กี่ฝน กี่แสนห่า               จักทายท้า โดยดึงดัน
กี่ฟ้า จักฝ่าฟัน                   จนฟ้าสร่าง กระจ่างฝน

    กี่ฝน กี่แสนห่า               ฝากฟากฟ้า มาปลอมปน
แปดเปื้อน ประชาชน       จนเปียกโชก การชำระ 

ว่ากันว่า.....
ทุกวันนี้ การทำฝนเทียมแม่นยำราวกับจับวาง
ส่วนจะจับวางตรงส่วนไหนของมหานครนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่ให้ตายอหิวาต์เถอะครับ ผมไม่ได้สนใจมันสักนิด
จะฝนแท้ ฝนเีทียม...ทำให้พืชพันธุ์งอกงามได้ก็พอ
จะฝนแท้ ฝนเทียม...ขอให้มันชำระล้างสิ่งปฏิกูลได้เสมอเหมือน
จะฝนแท้ ฝนเทียม...ให้เปียกไพร่ กับศักดินาเท่า ๆ กัน

การชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันนี้ พัฒนาการมาถึงจุดที่ว่า
นัดมา ๕ นาทีแล้วแยกย้าย..คนเสื้อแดงก็มา มาทั้งที่รู้ว่าจะ
ต้องเจอกับอะไร..คนเสื้อแดงก็มา
             
นี่คือกระบวนการพัฒนาทางจิตใจ
คือกระบวนการการพัฒนาของการเมืองภาคประชาชน
นี่คือการแสดงออกอย่างยุติธรรมสำหรับทุกห้องของหัวใจ
แล้วจะมีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธ?
เพราะแม้ใจจะมีโจทย์อีกกี่โจทย์ เราก็มีคำตอบเดียวกัน
เหมือนเม็ดฝน ที่มุ่งหน้าลงสู่ดิน...ลงสู่ดิน....และลงสู่ดิน

                                                      ๐๐๐๐ ว.ฒ.น. ๐๐๐๐