ค่าใช้จ่ายสำหรับรัฐประหาร และรัฐธรรมนูญใหม่พุทธศักราช 2549/2550
เอกสารนี้ประกอบการเสวนา 'การเมืองไทย: หลังขิงแก่ 1(Thailand: Post
Old Ginger 1)' จัดโดย โครงการตลาดวิชา มหาวิทยาลัยชาวบ้าน เมื่อ
วันศุกร์ 9 มีนาคม 2550 เวลา 13.30-17.00 ณ ห้องประชุม 202 ชั้น 2
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ค่าใช้จ่ายสำหรับรัฐประหาร และรัฐธรรมนูญใหม่พุทธศักราช 2549/2550
เงินเดือนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ประธาน เดือนละ 115,920 บาท
รองประธาน (2 คน) 110,390x2 220,780 บาท
สมาชิก (239 คน) 104,330x239 24,934,870 บาท
รวมเดือนละ 25,271,570 บาท
ถ้าอยู่จนมีสภาชุดใหม่ (15 เดือน) 379,073,550 บาท
เงินเืดือนสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ประธานเดือนละ 110,390 บาท
รองประธาน 2 คน คนละ 106,360 บาท รวมเดือนละ 212,720 บาท
สมาชิก 97 คน คนละ 104,330 บาท รวมเดือนละ 10,120,010 บาท
รวมเดือนละ 10,443,120 บาท
ถ้าอยู่จนมีสภาชุดใหม่ รวมเป็นเงิน 125,317,440 บาท
เงินเดือนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ประธานเดือนละ 114,000 บาท
รองประธานเดือนละ 109,500 บาท
สมาชิก 7 คน คนละ 104,500 รวมเป็นเงินเดือนละ 731,500 บาท
รวมเดือนละ 955,000 บาท
ถ้าอยู่จนหมดวาระ (15 เดือน) รวมเป็นเงิน 14,325,000 บาท
เงินเดือน คปค./คมช.
ประธานเดือนละ 119,220 บาท
รองประธานเดือนละ 113,640 บาท
สมาชิก 6 คน คนละ109,560 บาท รวมเดือนละ 657,360 บาท
รวมเดือนละ 890,220 บาท
ถ้าอยู่จนหมดวาระ (15 เดือน) รวมเป็นเงิน 13,353,300 บาท
อนึ่ง ยังจะต้องมีการทำ "ประชามติ" ว่าจะรับหรือไม่รับ
"รัฐธรรมนูญฉบับที่ 18" นี้ ในประมาณเดือนกันยายน 2550
โดยที่จะต้องใช้งบประมาณอีก 1,800 ล้านบาท
สรุปแล้ว รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับรัฐประหารและรัฐธรรมนูญ
รวมทั้งสิ้น 379,073,550+125,317,440+14,325,000+13,353,300
+1,800,000,000 รวมเป็น 2,332,069,290 (สองพันสามร้อยสาม
สิบสองล้านหกหมื่นเก้าพันสองร้อยเก้าสิบบาท)
โดยเปรียบเทียบแล้วใกล้เคียงกับงบประมาณแผ่นดินที่ ม.ธรรม
ศาสตร์ได้รับในปีนี้คือ2,048,510,400 บาท งบดังกล่้าว มธ. ใช้
สำหรับการศึกษาของชาติเป็นเงินเดือนของอาจารย์ 1,400 คน
ข้าราชการและลูกจ้าง เกือบ 5,000 คน และนักศึกษาทุกระดับ
ปริญญาจำนวนกว่า 30,000 คน
อนึ่งบุคคลที่เป็นสมาชิกในองค์กรของการ "รัฐประหารและรัฐ
ธรรมนูญ" ต่าง ๆ เหล่านี้ต่างก็มีเงินเดือนประจำอยู่แล้ว และ
ไม่มีใครลาออกจากตำแหน่งมาเหมือนดังเช่นสภาผู้แทนราษฎร
ที่มาจากการเลือกตั้งและมากกว่าร้อยละ 90 ของสมาชิกองค์กร
ต่าง ๆข้างต้นเป็นข้าราชการที่กินเงินเดือนจากภาษีราษฎรทั้งสิ้น
บุคคลเหล่านี้ยังมีสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีก เช่้น มีเบี้ยประชุมครั้งละ
1,000 บาท การเดินทางไปราชการในต่างประเทศเบิกได้เหมือน
ข้าราชการ ซี 11
นอกจากนี้ยังมีตัวเลขที่น่าสนใจอีกคือ ค่าใช้จ่ายในการก่อการ
รัฐประหาร เพื่อยึดอำนาจการปกครองจาก พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของ คปค. เมือวันที่ 19 กันยายน ที่
มีการคงกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์และการเตรียมพร้อมใน
ช่วง 2 สัปดาห์แรกสูงถึง 500 ล้านบาท (ขณะนี้ งบกลาโหมปี
2550 จำนวน 115,024,014,800 บาทเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ที่มี
เพียง 85,219,000,000 บาท อยู่ร้อยละ 34.97 หรือคิดเป็นร้อย
ละ 7.344 ของงบประมาณทั้งประเทศ 1,566,200,000,000 บาท)
หมายเหตุ ข้อมูลรวบรวมจากรัฐสภา
ปิดสนามบินเสียหาย 1.8 หมื่นล้าน ครม. ชดเชย 8 ล้าน
ที่เหลือฟ้องร้องเอาเอง
(9 ก.ค. 52) นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายก
รัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม.ได้อนุมัติ
งบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินงาน
ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ได้ใช้ในการช่วยเหลือผู้โดย
สารตกค้างในช่วงทีี่มีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง
ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ตามนัยมติครม.วันที่ 9 ธ.ค.51
วงเงินทั้งสิ้น 8,096,025 บาท โดยให้กระทรวงคมนาคมเบิกจ่าย
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ในส่วนของ
งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
ภายในกรอบวงเงิน 1,912,970 บาท ตามมติ ครม. และขอทำ
ทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป
นายศุภชัยกล่าวต่อว่า ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดขี้นจากการดำเนินการ
ให้ความช่วยเหลือนักท่องท่องเที่ยวตกค้างตามที่กระทรวง
คมนาคมเสนอมาในส่วนที่เหลืออีกจำนวน 671,628,910 บาท
ของบริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) บริษัทการท่าอากาศยาน
ไทยจำกัด(มหาชน)และสายการบินต่าง ๆ ประจำประเทศไทย
ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการให้บริการแก่ลูกค้าตามภารกิจและความ
รับผิดชอบของหน่วยงานหรือบริษัทนั้น ๆ รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่าย
ที่ไม่อยู่ในกรอบวัตถุประสงค์ของการช่วยเหลือตามนัยมติครม.
ดังกล่าว จึงควรที่หน่วยงานหรือบริษัทดังกล่าวจะเป็นผู้รับภาระ
ค่าใช้จ่ายเอง
นอกจากนี้ยังรับทราบผลเสียหายจากการสูญเสียรายได้ของ
หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ประกอบธุรกิจใน
อุตสาหกรรมการบินจำนวน หนึ่งหมื่นแปดพันเก้าร้อยกว่าล้าน
บาท ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการเรียกร้องค่า
ชดเชยจากผู้ก่อความเสียหายตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
หมายเหตุ ความเสียหายเหล่านี้ยังไม่ได้รวมการสูญเสียรายได้
และโอกาสทางธุรกิจทั้งของภาครัฐและเอกชนที่ประกอบธุรกิจ
อื่น ๆ อีก เช่น การส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ การท่อง
เที่ยว การโรงแรม การขนส่ง และการบริการอื่น ๆ ฯลฯ เป็นต้น
อีกนับจำนวนหลายแสนล้านบาท
แล้วเรามาดูกันว่า บุคคลต่าง ๆ ที่สนับสนุนการรัฐประหารครั้งนี้
ได้รับผลประโยชน์ต่าง ๆ อย่างไรกันบ้าง
พลเอกสะพรั่ง กัลยาณมิตร แกนนำคนสำคัญได้รับบำเหน็จให้
ไปเป็นประธานคณะกรรมการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย
และประธานคณะกรรมการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยซึ่ง
แต่ละที่มีผลประโยชน์ตอบแทนมากมายรวมทั้งเบี้ยประชุมและ
สวัสดิการอื่น ๆ อีกเพียบ
พลเรือเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน ได้รับบำเหน็จได้เข้าเป็นคณะ
กรรมการการท่าอากาศยานและอื่น ๆ อีกเช่นกัน
นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ได้รับบำเหน็จเป็นประธานกรรมการ อสมท. ในปัจจุบัน
กลุ่มบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒสภาในปัจจุบัน เช่น
น.ส.รสนา โตสิตระกูล และ อื่น ๆ เป็นต้น
กลุ่มบุคคลที่่ได้รับงานทางด้านการสื่อสาร เช่น กลุ่มเนชั่น ฯลฯ เป็นต้น
เอาไว้จะขุดขึ้นมาให้ได้รับทราบกันทั่วไปอีกหรือจะมีท่านใดจะกรุณา
ส่งข้อมูลมาให้เพิ่มก็จักเป็นพระคุณยิ่ง
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น